การบ่มเนื้อแบบ Dry Age คืออะไร?

การบ่มเนื้อคืออะไร? บ่มไปเพื่ออะไร? คนเราเอาเนื้อไปบ่มเหมือนไวน์ได้ด้วยเหรอ? ทำไมเนื้อวัวดรายเอจถึงได้มีราคาแพงนัก? เนื้อดรายเอจมันพิเศษกว่าเนื้ออื่นๆตรงไหน? 🤔

เจอคำถามมากมายจากลูกค้า beef lover ที่ติดใจเนื้อของเรา เคล็ดลับความอร่อยคืออะไร? เดียวผมจะมาเล่าให้ฟังเอง! 😁


เพื่อให้ลูกค้าได้ทานเนื้อคุณภาพเยี่ยม ที่พิเศษกว่าร้านอื่นๆ ผมจึงได้ศึกษาและค้นหากรรมวิธีที่จะทำให้เนื้อวัวนั้นมีรสชาติที่โดดเด่นมากยิ่งขึ้น จึงได้ไปพบกับกรรมวิธีการดรายเอจ (Dry Aged) ซึ่งมีที่มาจากประเทศอเมริกา เพื่อเป็นการเค้นศักยภาพของเนื้อ ทำให้เนื้อนุ่มขึ้น และรสชาติหอมเข้มข้นขึ้น

โดยการนำเนื้อวัวคุณภาพดีแบบสดๆ 🐮 (โดยที่ร้านเราใช้วัวจากออสเตรเลีย) ที่ไม่เคยผ่านการแช่แข็งมาแขวนห้อยไว้ในห้องบ่มที่มีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งเรื่องอุณหภูมิ  และความชื้น 💦 นาน 30 วัน เพื่อให้เอนไซม์ในเนื้อทำหน้าที่สลายเยื่อกล้ามเนื้อ ให้เนื้อมีรสชาติหอมเข้มข้น และนุ่มละมุนขึ้นอย่างโดดเด่น คล้ายๆกับการบ่มไวน์หรือทำชีสเลย โดยกระบวนการเหล่านี้จะต้องมีการควบคุมและดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมปฏิกิริยาของเนื้อจากการบ่มให้ได้ตามมาตรฐาน

ข้อเสียของการบ่มเนื้อแบบดรายเอจคือ เนื้อที่ผ่านกระบวนการนี้จะสูญเสียส่วนที่กินได้ไป 30-40%! 😥 โดยผิวเนื้อด้านนอกที่ถูกบ่มจนแห้งแข็งนั้นจะต้องถูกตัดทิ้ง จึงเป็นเหตุผลที่เนื้อดรายเอจนั้นถึงมีราคาแพงกว่าเนื้อแบบธรรมดาอยู่มาก! 💰

เป็นยังไงกันบ้างครับ กับสาระในวันนี้ 😉 อ่านจบแล้วก็มาชิมเนื้อออสเตรเลีย Dry Aged กันแบบไม่อั้นหน่อยเป็นไงพวก!